อัพเดท ล่าสุด ค้นหาบทความ >>

 


Valerian and the City of a Thousand Planets (2017):
อลังการ มหานครอวกาศ 'อัลฟ่า' ศูนย์กลางจักรวาลใหม่
*เครดิตข้อมูลจาก: มงคลเมเจอร์ และ valerianmovie.com


" ยินดีต้อนรับสู่ อัลฟ่า นครแห่งดาวนับพัน..มันคือ สวรรค์ "


--- ภาพยนตร์ เริ่มฉายในไทย 20 ก.ค. 2017 ---

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนไซไฟระดับตำนานของฝรั่งเศสที่มอบแรงบันดาลใจให้กับโลกไซไฟ ไม่เว้นแม้แต่ภาพยนตร์เฟรนไชส์ขึ้นหิ้งอย่าง Star Wars หนังสือการ์ตูนเรื่อง Valerian and Laureline ซีรีย์นี้สร้างโดย ปิแอร์ กิสแสตง และ จอง โคลด เมซิแอร์ เปิดตัวครั้งแรกในนิตยสารการ์ตูน PILOTE ในปี 1967 การ์ตูนเรื่องนี้เกี่ยวกับ จักรวรรดิดวงดาวที่ก่อตั้งขึ้นมาในศตวรรษที่ 28

โดย เมซิแอร์ เป็นคนวาดภาพประกอบทั้งหมด มันมียอดขายกว่า 10 ล้านเล่มทั่วโลก และได้รับการแปลกว่า 21 ภาษา มีการตีพิมพ์ยาวนานเริ่มตั้งแต่ปี 1967 จนจบบริบูรณ์เมื่อปี 2010 รวมแล้ว Valerian and Laureline ถูกตีพิมพ์รวมทั้งหมด 21 ฉบับ

--- Valerian and the City of a Thousand Planets : วาเลเรียน พลิกจักรวาล ---

สำหรับ ในภาคภาพยนตร์นั้นส่วนใหญ่ได้ดัดแปลงมาจาก Ambassador of the Shadows ซึ่งเป็นการ์ตูนเล่มที่ 6 ของซีรีย์ เนื้อเรื่องนั้นเริ่มด้วยสองคู่หูที่ต้องปกปกป้องราชทูตของโลกจากงานประชุมผู้นำการเมืองระดับจักรวาล ก่อนจะลงเอยด้วยการลักพาตัวที่มีผลต่อความสงบสุขของทุกสายพันธุ์ --- โดย ลุค เบสซง กล่าวว่า ”ถ้าคุณได้อ่าน Ambassador of the Shadows จะรู้ว่ามันเล่าเรื่องเหมือนหนังมาก มันเป็นช่วงสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง วาเลเรียน กับ ลอเรลลีน แถมเนื้อเรื่องยังเปิดให้คุณได้ใช้จินตนาการมากที่สุด มีเอเลี่ยนจำนวนนับไม่ถ้วนผมเลยคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”

--- ต.ย. คอมมิคต้นฉบับ Valerian and Laureline ชุด Ambassador of the Shadows (1975) ---


-- หนังสือ The Art of the Film Valerian.. เผยคอนเซ็ปส์อาร์ตสวยงาม --



- ประวัติศาสตร์ อภิมหานครอัลฟ่า

หนึ่งในไฮไลท์ของ Valerian คือนครอัลฟ่านครแห่งดวงดาวนับพัน เดิมมันคือสถานีอวกาศโคจรรอบโลกที่ถูกพัฒนาต่อขยาย จนกลางมาเป็นศูนย์กลางจักรวาลและเป็นบ้านของเอเลี่ยนมากมาย..


“เราสร้างประวัติศาสตร์ของอัลฟ่าโดยละเอียดขึ้นมามันเริ่มตั้งแต่ยุค 70 ไปจนถึงปี 2135 มันเริ่มจากสถานีอวกาศที่เรามีทุกวันนี้นี่แหละ สถานีนี้สร้างขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่างโครงการอพอลโล่อเมริกาและโซยุสของรัสเซีย ต่อมาสหภาพยุโรปและจีนก็เข้าร่วมด้วย กลายเป็นว่าสถานีอวกาศแห่งนี้ขยายใหญ่ขึ้น ต่อมาในปี 2200 เป็นครั้งแรกที่เอเลี่ยนต้องการมาเยือนเราที่นี่ พอเผ่าพันธุ์แรกมา เผ่าที่สองก็ตามมา ศตวรรษต่อมามันกลายเป็นศูนย์รวมทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาล เมื่อมันใหญ่ขึ้นก็เลยต้องผลักมันให้ออกจากวงโคจรของโลก เพราะทุกคนกลัวว่าซักวันมันจะตกลงมา เจ้าสถานีนี้เลยโคจรเข้าสูใจกลางจักรวาลเรื่องราวของ วาเลเรียน และ ลอเรลลีน เกิดขึ้น 500 ปีหลังจากนี้ สถานีอวกาศนี้มันมโหฬารมาก มีกว่า 18 ล้านชีวิต 8000 สายพันธุ์อยู่บนนั้น” -- เบสซง กล่าว

ชาวอัลฟ่าเดินทางไปไหนมาไหนด้วย Exchange Room มันเป็นทางเชื่อมไปยังเขตย่อยต่างๆ ของอัลฟ่า เช่นทางเหนือมี อะควาแลนด์ สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ต้องใช้ชีวิตในของเหลว แก๊สแลนด์ สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ต้องอาศัยในแก๊ส การเดินทางไปแต่ละส่วนโดยใช้ท่อนี้แต้องใส่ชุดกับอุปกรณ์พิเศษก่อน “คุณสามารถไปที่ไหนในอัลฟ่าก็ได้ด้วยท่อพวกนี้ มันก็เหมือนรถไฟใต้ดินในนิวยอร์กทุกวันนี้นั่นแหละ จาก วอลสตรีท ไป ลิตเติ้ล อิตาลี ไป ไชน่าทาวน์ แค่นี่มันเกิดขึ้นในอวกาศเท่านั้นเอง” -- เบสซง กล่าว

--- Exchange Room ---

Steel Alpha Station เป็นชื่อประตูหลักสำหรับเข้าสู่โซนสำหรับมนุษย์แลเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่เดิน 2 ขา มี 2 แขน และมีชีวิตอยู่ด้วยอากาศ มีประชากร 12 ล้านอาศัยอยู่ที่โซนนี้โซนเดียว มันมีประตูสนามแม่เหล็กบานยักษ์ ทันทีที่ยานของคุณผ่านม่านสนามแม่เหล็กเข้าประตูนี้ ข้อมูลทุกอย่างของยานคุณจะเผยออกมา

--- Steel Alpha Station ---



- Timeline: กำเนิดมหานครอัลฟ่า:
*เดิมคือ สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station; ISS)

--- *รูป ISS (ที่มีอยู่ในความจริง) ---

1960-70: ทีมวิจัย NASA ถูกมอบหมายให้สำรวจความเป็นไปได้ ในการส่งสถานีอวกาศขึ้นไปโคจรรอบโลก

1975: มนุษย์อวกาศ โธมัส แสตฟฟอร์ส และนักบินอวกาศโซเวียต เอล็กซิส ลีโอนอฟ พบกันครั้งแรก เมื่อยานอพอลโล่ของอเมริกา และ ยานโซยุสของโซเวียต จอดที่สถานีอวกาศโคจรรอบโลก มีการจับมือระหว่าง อเมริกา และ โซเวียต ครั้งแรกในอวกาศ

1983: โปรเจคสถานีอวกาศฟรีดอมเริ่มปฏิบัติการ ด้วยการสนับสนุนของประธาณาธิบดี โรนัลด์ เรแกน

1985: มีประกาศจาก ESA (องค์การอวกาศยุโรป), CSA (องค์การอวกาศแคนาดา) และ JAXA (องค์การอวกาศญี่ปุ่น) ว่าทั้งสามมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานีอวกาศ

1993: ด้วยความขัดสนทางงบประมาณ แผนในการสร้างสถานีอวกาศถูกลดขนาดลง มีชื่อเป็นทางการว่า “อัลฟ่า” ROCOSMOS (องค์การอวกาศแห่งรัฐบาลรัสเซีย) ประกาศขอมีส่วนร่วม และกลายมาเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโปรเจคต์ สถานีอวกาศนี้ยังมีเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ของ อเมริกา และ รัสเซีย

1998: สถานีอวกาศเริ่มประกอบเป็นรูปร่าง ด้วยความร่วมมือของ 16 ชาติ (11 ชาติยุโรป และ แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น และ รัสเซีย) ชิ้นส่วนแรกที่ถูกส่งขึ้นไปยังวงโคจรชื่อว่า ซาร์ยา ส่วนประกอบหลัก ที่เตรียมช่องเชื่อมกับส่วนประกอบอื่นๆ อีก 6 ชุดที่จะตามมา

2001: ชื่ออัลฟ่า ถูกเปลี่ยนเป็น สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) หลังจากฝ่ายรัสเซียแย้งว่าชื่อ อัลฟ่า อาจจะทำให้คนเข้าใจผิด เพราะสถานีอวกาศแห่งแรกที่โคจรรอบโลกคือ สถานีอวกาศ เมียร์

2009: ติดตั้งระบบยังชีพแบบใหม่ สามารถให้คนหกคนประจำการอยู่ที่สถานีไปตลอดกาลได้

2013: ตัวสถานีตอนนี้ประกอบไปด้วย 13 ส่วน

2017: การก่อสร้าง ISS เสร็จเรียบร้อยและเริ่มใช้งานได้ ความยาว 108 เมตร กว้าง 74 เมตร หนัก 400 ตัน มีพื้นที่ 9 ร้อยตารางเมตร ซึ่งกว่าครึ่งในนั้นเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ตัวสถานีตอนนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่ 16 ส่วน โครงการกระสวยอวกาศ เฮอร์มีส ของยุโรปที่ถูกทิ้งไปตั้งแต่ปี1995 ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ตัวกระสวยใช้ขนชิ้นส่วนที่ชื่อว่าโคลัมบัส ภายในคือห้องแล็บของ ISS โดยชาติยุโรป

12 เมษายน, 2019: NASA, ROCOSMOS และ ESA ประกาศนโยบาย “เปิดประตู” ทางการทูต ต่อนานาประเทศ ที่อยากจะเสริมส่วนชุดอุปกรณ์ของประเทศตนที่ ISS หลายประเทศตอบรับด้วยความสนใจ การแข่งขันในด้านอวกาศครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้น

18 กันยายน, 2019: หลังจากสำเร็จข้อตกลง ชุดอุปกรณ์สองชิ้นจากจีน เทียนกง -3 เฉินโจว – 14 ถูกส่งขึ้นสู่สถานี กัปตัน หวาง ฮู นำทีมนักวิทยาศาสตร์ (นักเคมี นักฟิสิกส์ และ นักชีววิทยา)

26 กุมพาพันธ์, 2020: ยานอวกาศอินเดีย รามายะนะ -1 คน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ขนาด 40 เมตร ชื่อ บราห์มา 2 ทีมนักวิทยานำโดย กัปตัน อาเจย์ พาเทล

31 มีนาคม, 2021: ยาน ซาลาฮ์ อัล-ดิน 1 มาพร้อมกับชิ้นส่วนขนาด 100 เมตร อัล-ฮาคัม 2 ซึ่งเป็นการร่วมมือของชาติตะวันออกกลางและชาติแถบทวีปแอฟริกาเหนือ นำโดย ISA (องค์การอวกาศอิหร่าน) ยานลำนี้บัญญชาการโดยกัปตัน ฮาคิม เคลฮาดิ และนักวิทยาศาสตร์อีก 15 ชีวิต

13 ตุลาคม, 2025: ยาน ยูล–รีโย มาถึง พร้อมขนชิ้นส่วนขนาด 50 เมตร ชื่อ มาโก-3 โดย KARI (สถาบันวิจัยอวกาศเกาหลี) นำโดย กัปตัน ควานจุง และนักวิทยาศาสตร์อีก 10 คน

23 พฤษภาคม, 2026: เมื่อได้รับชิ้นส่วนที่ถูกส่งมาจากทุกมุมโลก NASA สั่งทำแท่นเชื่อมต่อใหม่ ชื่อว่า ซิมบิโอซิส ที่ยาวกว่าหนึ่งร้อยเมตร มีท่าต่อขยายกว่า 150 ท่า

21 กันยายน, 2027: ยาน อลิคานโต้-3 ซึ่งขนส่วนต่อขยายความยาว 110 เมตร ออร์ฟีโอ 1 ส่งมาโดยความร่วมมือของประเทศกลุ่มลาตินอเมริกา ภายใต้การนำของ AEB (องค์การอวกาศบราซิล กัปตัน โจเอล ริเบโร่ เป็นผู้บัญชาการของนักวิทยาศาสตร์อีก 40 ชีวิต

29 พฤศจิกายน, 2027: ยาน แปซิฟิค ไพรด์ 5 มาถึง ซึ่งขนส่วนต่อขยายความยาว 50 เมตร อีเทอนิตี้ ไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นความร่วมมือของประเทศแถบโอเชียนิค นำโดย CSIRO (องค์การวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์คอมมอนเวลธ์) บัญชาการโดยกัปตัน อาร์ทิส เรย์โนลด์พร้อมนักวิทยาศาสตร์อีก 20 คน

5 กุมภาพันธ์, 2029: ยานแมนเดล่า 1 มาถึงพร้อมส่วนต่อขยายขนาด 50 เมตรชื่อ สปริงบอคส์ ทัช โดยความร่วมมื่อของชาติแถบแอฟริกากลางและใต้ นำโดย SANSA (องค์การอวกาศแอฟฟริกา) กัปตัน แมท สมิธ เป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของลูกเรือและนักวิทยาศาสตร์ 23 คน

2029: ทุกประเทศบนโลกมีตัวแทนเป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 1 คนบนสถานีอวกาศ

2035: เชลดอน ฟาร์นสเวิร์ธ ชาวไอริช ผู้ชนะรางวัลโนเบลประจำปี 2016 สาขาฟิสิกส์ คิดค้นเครื่องสร้างแรงโน้มถ่วงจำลอง มันจะถูกนำไปใช้สร้างแรงโน้มถ่วงในสถานีอวกาศ NASA ขอซื้อสิทธิบัตรไปด้วยเงิน 1หมื่น 5 พัน ล้านเหรียญ ขณะเดียวกัน NASA สร้างฐานบนดาวอังคาร ที่นักวิทยาศาสตร์ 5 คนจะใช้ชีวิตอยู่ตลอดทั้งปี

18 ธันวาคม, 2037: การติดตั้งเครื่องสร้างแรงโน้มถ่วงจำลองเสร็จสิ้น มันทำให้นักวิทยาศาสตร์และมนุษย์อวกาศทำงานง่ายขึ้น งานติดตั้งใช้เวลาเกือบสองปี และใช้แรงงานอวกาศรวมกว่า 8 ร้อยคน

11 ตุลาคม, 2043: เนื่องด้วยมีนักวิทยาศาสตร์หลายเชื้อชาติทำงานร่วมกัน นำให้ก่อเป็น สมาพันธ์วิทยาศาสตร์โลก (WSC) เมื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ระหว่างสถานีต่างๆ สำหรับคนบนโลกแล้ว ISS เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและการแบ่งปัน.

2045: เพื่อคงความเป็นนานาชาติได้ สหประชาชาติ ตั้งหน่วยงาน UN Space (สหประชาชาติอวกาศ) ส่วนตัวสถานี ถูกเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็น อัลฟ่าอีกครั้ง

2047: หน่วยงานสื่อถูกจัดตั้งเพื่อโปรโมตภาพลักษณ์ ว่าสถานีอวกาศนี้เป็นตัวแทนแห่งสันติภาพของโลก ขณะที่ความชัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง หน่วยงานนี้มีเป้าหมายสองประการ หนึ่งคือกระตุ้นนักวิทยาศาสตร์ให้มาประจำการบนสถานีมากชึ้น พร้อมกับแสดงให้โลกเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ไหนก็สามารถทำงานร่วมกันได้

2050: UN Space ยอมรับมติที่หน่วยงานสื่อคิดขึ้น โดยให้เปิดรับนักท่องเที่ยวให้มาเยือนสถานีอวกาศ ยาน ส่วนเชื่อมต่อ เคน -1 เป็นส่วนพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ มันมีความยาว 150 เมตร รับนักท่องเที่ยวได้ 100 คนพร้อมกัน

2051: ยิ่งมีผู้มาเยือนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องมีการตั้งหน่วยงานตำรวจขึ้น

2054: ประชากรบนโลกแตะหลัก 9 พันล้านคน อัลฟ่ากลายมาเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติในการค้นหาดวงดาวที่เหมาะจะขยายถิ่นฐาน สมาพันธ์วิทยาศาสตร์โลก เริ่มโปรเจคต์สำรวจอวกาศ “เอเนอุส” ส่วนเสริมของสถานีอวกาศที่เป็นอู่ต่อเรือขนาดยักษ์ยาวกว่า 500 เมตร มันช่วยการสำรวจเพราะสามารถสร้างยานบนตัวสถานีได้เลย

2056: ยานอวกาศ ดิสโคฟเวอเรอร์ นับสิบลำก่อสร้างเสร็จสิ้น ต่อมาบางลำถูกตัดแปลงเป็นยานขนส่งนักท่องเที่ยว สำหรับเที่ยวบินแรกสู่ดวงจันทร์

2060: สมาพันธ์วิทยาศาสตร์โลก และ สหประชาชาติอวกาศ ร่วมทุ่มกันสร้างดาวเทียมสื่อสารดวงใหม่ชื่อ โอเมก้า โปรเจคต์นี้นำโดย เอ็มเม็ท ฟริงค์ นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันที่พัฒนาทฤษฏีคลื่นแนวใหม่ จุดประสงค์หลักของโอเมก้าคือการส่งสัญญาณออกไปในห้วงอวกาศเพื่อค้นพบดาวดวงใหม่ เช่นเดียวกับการตามหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นในอวกาศ

2068: โอเมก้าเสร็จสมบูรณ์ สามารถส่งสัญญาณในอวกาศได้ไกลกว่าทุกดาวเทียมที่เคยมีมา 50 เท่า แต่หลายปีผ่านไปโอเมก้ายังไม่สามารถตรวจจับอะไรได้ (จนคิดได้ว่ามนุษย์อาจเป็นสายพันธุ์เดียวในอวกาศ) โปรเจคต์ โอเมก้า ถูกตราหน้าว่าเป็นความล้มเหลวของวงการวิทยาศาสตร์

2069: สามส่วนเสริมพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวถูกติดตั้ง ฮิลตัน สเปซ, คลับ เม็ด ดิสโคฟเวอรี่ และ อาร์เทมิส

11 กรกฏาคม, 2070: สหประชาชาติอวกาศประกาศว่า ภาษาอังกฤษ คือภาษาทางการของ อัลฟ่า

2083: โปเจคต์ ดิสโคฟเวอเรอร์ ถูกปิด เปลี่ยนเป็น ยาน ทราเวลเลอร์ แทน ยานอวกาศใหม่เอี่ยมที่ขับเคลื่อนด้วนพลังแสงอาทิตย์ ยาน ทราเวลเลอร์ 20 ลำถูกสร้าง เพื่อสำรวจไปทั่วห้วงกาแล็กซี่ ฝูงบินนี้มีเป้าหมายแรกคือการสำรวจดาวอังคาร

2084: ภายใต้การนำของ เกรกัวร์ อโพทอลล็อฟ ยานทราเวลเลอร์ 3 (หรือรู้จักกันในนาม ดราก้อนฟลาย) ลงจอดบนดาวอังคารพาพลเรือน 500 ปฏิบัติภารกิจตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร

2086: กัปตัน แสตน วีดอน นำทีมงานนักวิทยาศาสตร์ 34 ชีวิต ขึ้นยาน ทราเวลเลอร์ส 12 (หรือรู้จักกันในนาม บัลบัว) ลงจอดบนดวงจันทร์ยูโรป้า หนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส ไม่นานหลังจากนั้นทีมงานวิทยาศาสตร์ให้ความเห็นว่าดาวดวงนี้มีโอกาสให้มนุษย์ได้ใช้ชีวิตอยู่ได้

2087: ยานทราเวลเลอร์ 17 (คอนฟูเชียส) ลงจอดบน ไตตัน หนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ กัปตัน ซู คางาวะ นำทีมนักวิทยาศาสตร์ 12 คน ตั้งศูนย์วิจัยบนพื้นผิวดวงจันทร์

2099: โอเมก้าติดต่อกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่ใช้เวลากว่าสี่เดือนที่สองฝ่ายจะหาวิธีการสื่อสารให้เข้าใจด้วยภาษาของตัวเองได้

2015: การแลกเปลี่ยนข้อความครั้งแรกๆ ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ของอัลฟ่าและสิ่งมีชีวิตต่างดาวเริ่มขึ้น

2131: ยานอวกาศของสิ่งมีชีวิตต่างดาวเริ่มออกเดินทางสู่วงโคจรของอัลฟ่า ตามคำเชิญของมนุษย์

2135: ยานอวกาศของสิ่งมีชีวิตต่างดาวลำแรกเทียบท่าที่อัลฟ่า ... (โดย คอร์ตาน ดาฮุค/Kortan Dahuk เป็นเอเลี่ยนเผ่าพันธุ์แรกที่ติดต่อกับมนุษย์ได้ จุดเด่นของพวกเขาคือ มีระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่สุดยอดมาก แต่มีอารมณ์ที่อ่อนไหว หลงใหลในงานศิลปะ)

-- สปีชีส์ "คอร์ตาน ดาฮุค" --

V
V
V

* จนมาถึง ศตวรรษที่ 28: เกิดเรื่องราวต่างๆต่อๆไป ในภาพยนตร์ Valerian and the City of a Thousand Planets




---- ป.ล *ติดตาม ข้อมูลเสริมอื่นๆ+แชร์คุยกันได้ที่แฟนเพจ สนทนาไซ-ไฟ ---