คลังบทความไซ-ไฟ



คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด



อารยธรรมมายา-พระเจ้าอวกาศ-บูชายัญสยอง!


นอกจากอารยธรรมโบราณอันน่าทึ่งอย่าง อารยธรรมอียิปต์ ที่มีพีระมิดอลังการ, มีมัมมี่, ภาพวาดฝาผนัง, วัตถุโบราณต่างๆ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยได้รับความสนใจมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ก็ยังมีอีกอารยธรรมโบราณที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในยุคศตวรรตที่ 21 นี้ นั้นคือ "อารยธรรมมายา" (Maya Civilization) เริ่มด้วยกระแสความสนใจของผู้ทั่วโลกล่าสุดต่อกรณี ปฏิทินของชาวมายา ที่กำหนดไว้ประมาณ วันที่ 21 ธันวาคม 2012 จะเป็น วันสิ้นโลก (อันอาจไม่ใช่สื่อถึงโลกแตกเสียทีเดียว แต่อาจหมายถึงการสิ้นยุค-การเกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งมโหฬาร ในแง่ภัยธรรมชาติ, การเปลี่ยนแปลงสังคม ฯลฯ ) ก่อให้เกิดภาพยนตร์โลกาวินาศชื่อดังอย่าง "2012" และผนวกกับในช่วงระหว่างก่อนที่จะถึงปี 2012 ได้เกิดวิกฤติธรรมชาติใหญ่ติดต่อกันค่อนข้างถี่ไม่ว่าแผ่นดินไหว สึนามิ พายุถล่ม ในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก คำทำนาย 2012 และอารยธรรมมายาจึงเป็นที่กล่าวขวัญถึงทวีคูณขึ้นไปอีก นอกจากนี้หลักฐานทางโบรารณคดีหลายๆอย่างจากอารยธรรมมายา อาทิ สถาปัตยกรรม, โบราณวัตถุ, บันทึกต่างๆ, พิธีกรรม,ฯลฯ ก็มักถูกหยิบยืมนำมาอ้างอิง-เป็นแรงบันดาลใจในภาพยนตร์ไซ-ไฟ หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน โดยมักจะเกี่ยวข้องในเชิง ดาราศาสตร์-จักรวาล-มนุษย์ต่างดาว

อารยธรรมมายา ตั้งอยู่ ณ บริเวณดินแดนแถบเมืองกัวเตมาลา-เมกซิโก เมื่อสมัยประมาณศตวรรษที่ 3-16 ก่อนคริสตกาล หลักฐานต่างๆเท่าที่มีปรากฏ ถือได้ว่าเป็นอีกอารยธรรมซึ่งมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งกว่าอารยธรรมอื่นๆมาก บรรดานักวิทยาศาสตร์โบราณคดีปัจจุบัน ล้วนทึ่งในความเฉลียวฉลาดของชนกลุ่มนี้ หลายๆวิทยาการที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในสมัยนั้นได้เลย แต่ชาวมายากลับสามารถทำได้อย่างอัศจรรย์ จนถึงกับมีการตั้งทฤษฎีทำนอง ชาวมายาอาจเคยมีการติดต่อ-ทั้งได้รับถ่ายทอดภูมิปัญญาหลายประการจากสิ่งทรงภูมิปัญญาลี้ลับ หรือ มนุษย์ต่างดาว!

- ปฎิทินมายาสลักหิน และ โบราณสถาน-พีระมิด อารยธรรมมายา -


- ตัวอย่าง อาคารพีระมิด ในภาพยนตร์ไซไฟขึ้นหิ้งเรื่อง "Blade Runner" มีรูปลักษณ์ปลายตัดทำนองเดียวกับพีระมิดอารยธรรมมายา -


- Plannet Kalee ดาวบ้านเกิดของนายพลหุ่นยนต์ Grievous (Star Wars ภาคหนังสือการ์ตูน) เป็นพีระมิดแบบมายา (*เกี่ยวกับ Grievous เพิ่มเติม คลิกทีนี่ ) -


- บรรยากาศเมืองของ Predator (AVP) มีพีระมิดรูปแบบใกล้เคียง พีระมิดอารยธรรมมายา เช่นกัน (*เกี่ยวกับ Predator เพิ่มเติม คลิกที่นี่ ) -

นิยายปรัมปราของชาวมายาเล่าว่า ในอดีตได้มีพระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมเยือนพวกเขา แล้ววันหนึ่งก็จากไป ท่านได้เคยมาปกครองชาวมายาในอดีต...และนิยายยังมีกล่าวต่อไปว่า ในวันที่ดวงดาวทั้งสามตรงกัน ได้แก่ ดวงจันทร์ โลก และดาวพระศุกร์ ได้โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกันเมื่อไหร่ ในวันนั้นพระเจ้าก็จะเสด็จมาเยี่ยมพวกเขาอีกครั้ง ดังที่พระองค์เคยทรงสัญญาไว้...(*ที่น่าสนใจก็คือ นิยายปรัมปราทำนองนี้ก็เป็นสิ่งที่ อารยธรรมโบราณอย่าง ชาวสุเมเรียน, ชาวบาบิโลน, ชาวอิยิปต์โบราณ, รวมไปถึงชาวอัสซีเรียน ต่างก็เชื่อ-มีบันทึกไว้้เช่นนั้นด้วยเช่นกัน) โดยพระเจ้าของชาวมายา เสด็จมาจากดวงดาวอันไกลโพ้น เดินทางมาหาพวกเขาด้วยยานเพลิงที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่..และพระเจ้าได้สัญญา จะให้ชีวิตที่เป็นอมตะแก่พวกเขาทุกคนในวันที่พระเจ้ากลับมาอีกครั้ง!...*พระเจ้า ในที่นี้ มีการตั้งข้อสันนิษฐานจากหลักฐานโบราณคดี (ตามทฤษฎี พระเจ้านักบินอวกาศโบราณ หรือ Ancient Astronauts) โดยเฉพาะจากพีระมิดมหึมาแห่งเมือง "Palenque" ว่าอาจหมายถึง พระเจ้าผู้เป็นมนุษย์ต่างดาว!

- ลึงลงไปภายใน พีระมิดแห่งเมือง Palenque ของอารยธรรมมายา ยังมีโลงหินสลักที่เรียกว่า "Pacal's Sarcophagus" เป็นรูปสลักกษัตริย์แห่งอาณาจักรมายาองค์หนึ่ง นามว่า "ปาคาล" (มีชีวิตอยู่ใน 23 มี.ค 603 – 28 ส.ค. 683 ก่อนคริสตกาล) มีบันทึกไว้ว่า กษัตริย์ปาคาล เป็นผู้ปกครองที่ค่อนข้างลึกลับ รูปร่างเขาสูง 7-8ฟุต ชาวมายาบูชาเขาในฐานะพระเจ้า ลายแกะสลักโลกหินดังกล่าวมีลักษณะเป็นรูปคนท่านั้ง+อุปกรณ์ คล้ายๆการบังคับยานอวกาศในปัจจุบัน จึงสันนิษฐานมีกันว่า มันอาจเป็นหลักฐานของ นักบินอวกาศในอดีต อันหมายความว่า กษัตริย์ปาคาลเอง เป็น มนุษย์ต่างดาว !? ...* Pacal นั้นแปลว่า “โล่” และพระองค์ทรงประสูติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 1146 ขณะมีพระชนม์มายุได้ 12 พรรษา พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ และได้ไปทรงปกครองอาณาจักรนานถึง 69 ปี ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 1226 รวมพระชนม์มายุได้ 80 พรรษา นักโบราณคดีเชื่อว่า จำนวนขั้นบันได 69 ขั้นของปิรามิดแห่ง Palenque บอกจำนวน ปีที่กษัตริย์ Pacal ทรงครองราชย์-


- คำอธิบายการตีความลายสลักฝาโลงหินปาคาลอีกนัยยะ อันเป็นการตีความในเชิงคติโบราณทั่วๆไป กล่าวว่ามันการแสดงถึงความเชื่อของพระองค์ปาคาลและชาวมายาเอง ภาพแกะสลักแสดงดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และภาพขององค์กษัตริย์ปาคาล ขณะประทับในยมโลกที่เบื้องพระพักตร์ของพระองค์มีต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งเป็นต้นไม้ที่ชาวมายา เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางสรรพสิ่งในจักรวาล ต้นไม้นี้เติบโตงอกงามมีกิ่งก้านสูงถึงสวรรค์ และในขณะเดียวกันรากของมันก็เจาะลึกลงไปถึงยมโลกด้วย ต้นไม้ต้นนี้จึงเป็นเส้นทางให้คนดีขึ้นสวรรค์และคนชั่วลงนรก การแกะสลัก รูปของ Pacal ประทับอยู่ตรงหน้าต้นไม้ แสดงให้เห็นว่าพระองค์จะทรงจุติใหม่ในสวรรค์ -

จากหลักฐานโบราณต่างๆ แม้ชาวมายาจะเหมือนกับชนพิ้นเมืองกลุ่มอื่นๆในอเมริกาที่ไม่มีเครื่องมือโลหะและวงล้อไว้ใช้งาน แต่พวกเขาก็สามารถก่อสร้างพีระมิดและพระราชวังอันโอ่อ่ารวมทั้งอนุสาวรีย์อันงดงามน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้พวกมายายังเป็นชนกลุ่มแรกของทวีปอเมริกาที่ทำการบันทึกลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นระบบเอาไว้ด้วย ทั้งนี้ชนกลุ่มอื่นๆในแถบอเมริกาทั่วไปก็มักจะไม่ค่อยนิยมบันทึกชื่อ-วันเวลา และรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมากนัก ทว่าอารยธรรมมายากลับมีการจดบันทึกลำดับการขึ้น-ลง ของเหล่าผู้ปกครองผู้นำของพวกเขาไว้มากมาย รวมทั้งเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของผู้ปกครองเหล่านั้น โดยเรื่องราวทั้งหมดจะถูกจดเป็นอักษรภาพที่สมบูรณ์สวยงาม บันทึกลงบนอนุสาวรีย์หินเป็นหลัก รวมทั้งกระดาษที่ทำจากเปลือกไม้และหนังสัตว์ผนวกด้วย ชาวมายาได้ชื่อว่าเป็นชนเผ่านักดาราศาสตร์ผู้รอบรู้การเคลื่อนไหวของดวงดาว เป็นอารยชนผู้ก้าวหน้า แต่กระนั้นอีกมุมก็มีบางบันทึกโบราณของพวกเขา กลับมีเรื่องราวอันน่าสยองขวัญ! อย่างพิธีบูชายัญนองเลือดที่ฟังดูแล้วป่าเถื่อน กับทั้งยังมีสงครามอันดุเดือดมากมายระหว่างนครรัฐ

มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ไม่ได้ภาพยนตร์ไซ-ไฟ แต่อยากจะขอกล่าวถึง ณ ที่นี้ด้วย เนื่องจากมีเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าอารยธรรมมายาโดยตรง นั้นก็คือเรื่อง "Apocalypto"(2006)...* Apocalypto (อะพอคาลิปโต) มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า เปิดเผย, คลี่คลาย, เปิดโปง, หรือทำให้ปรากฏ ส่วนภาษาอังกฤษที่มีรากศัพท์คล้ายคลึงกัน Apocalypse (อะพอคาลิปซ์) หมายถึง หายนะ-การล่มสลายอันยิ่งใหญ่

- ภาพยนตร์ Apocalypto -

ใครไม่เคยดู ถ้าดูจากชื่อเรื่อง และตัวอย่างภาพ-โปสเตอร์ อาจนึกไปว่าคงเป็นเรื่องราวบรรยากาศอาณาจักรมายาอันรุ่งเรือง-ล่มสลาย หรือวันสิ้นโลกอะไรทำนองนั้น แต่แท้จริงแล้วเนื้อเรื่อง Apocalypto ได้โฟกัสไปที่ ความเชื่อ พิธีกรรม ความโหดร้าย ป่าเถื่อน!...เป็นการบอกเล่าเรื่องของตัวละครเอกอันเป็นชายหนุ่มชาวมายาพื้นเมืองกลุ่มหนึ่ง ในพื้นที่ป่าหมู่บ้านเล็กๆอันสงบสุขของเขา ที่ต้องล่มสลายฉิบหายไปจากการรุกรานของกลุ่มนักรบชาวมายาเหี้ยมโหดอีกกลุ่ม ผู้มาจากเมืองใหญ่ คนที่ไม่ถูกสังหารจะถูกจับตัวไปสู่ตัวเมืองใหญ่ของอาณาจักรมายานั้น ผู้หญิงจะถูกขายเป็นทาส ส่วนผู้ชายก็จะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยเทพเจ้า ด้วยพิธีกรรมควักหัวใจสดๆออกมาขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ แลัวตัดคอทิ้ง! นับเป็นภาพยนตร์ที่ให้ภาพของบรรยากาศพิธีกรรมความเชื่อ-การบูชายัญของชาวมายาได้อย่างเป็นรูปธรรม และก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่สร้างสรรค์ออกมาได้ยอดเยี่ยมระดับขึ้นหิ้งทีเดียว ผลงานกำกับโดย "เมล กิบสัน" (Mel Gibson) นักแสดงชื่อดังที่แฟนภาพยนตร์หลายคนคงคุ้นเคยกันดี

- พิธีบุชายัญควักหัวใจ! ของอารยธรรมมายา -


- ฉาก เด็กผู้หญิงชาวมายาพื้นเมืองคนหนึ่งใน Apocalypto หน้าตา-แววตาขลัง ประหนึ่งทรงเจ้าเข้าสิงร่าง! เป็นอีกฉากที่สะกคนดูได้อย่างชะงัก เธอได้พูดกับพวกนักรบมายาผู้รุกรานว่า..."พวกเจ้าทุกคนเป็นคนชั่วช้าเลวทราม พวกเจ้าอยากจะรู้ไหมว่าเจ้าจะตายในสภาพไหน เวลาแห่งความหวาดกลัวได้ใกล้เข้ามาแล้ว ระวังความมืดมิดในตอนกลางวันให้ดี ระวังชายคนนั้นที่มาพร้อมกับเสือจากัวร์ ข้ามองเห็น ข้ามองเห็นเขาเกิดใหม่ท่ามกลางโคลนตมบนโลก สำหรับชายผู้ที่ไม่พาขึ้นสู่ท้องฟ้า และจะลบชื่อเจ้าออกจากบัญชีโลก ในโลกซึ่งเป็นวาระสุดท้ายของพวกเจ้า ระวังตอนกลางวันจะเหมือนตอนกลางคืน บุระษเสือจากัวร์จะนำพวกเจ้าไปสู่จุดจบ" ...และแล้วเรื่องราวที่ดำเนินต่อไปในเรื่อง ก็เป็นจริงตามคำของเธอ -

*เกร็ดน่าสนใจใน Apocalypto อีกอย่างคือ นิทานสะท้อนความละโมบไม่รู้จักพอของมนุษย์ นำไปสู่ -โลกาวินาศ- เล่าโดยผู้เฒ่าชาวมายาพื้นเมือง

"ชายคนนั้น ที่นั้งอยู่คนเดียวตามลำพัง จิตใจที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า และบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลาย รายล้อมเข้ามาใกล้เขา และพูดว่า พวกข้าไม่อยากเห็นท่านโศกเศร้าเสียใจ ถ้าท่านอยากจะได้อะไรบอกพวกข้า และท่านก็จะได้สิ่งนั้น ชายคนนั้นพูดว่า ข้าอยากมีสายตาที่ดีมองเห็นชัดเจนทั้งสองข้าง นกแร้งได้ตอบขึ้นมาว่า ท่านจะได้ดวงตาของข้าไป ชายคนนั้นพูดต่อว่า ข้าอยากเป็นคนแข็งแกร่งและทรงพลัง เสือจากัวร์จึงพูดว่า ท่านจะมีร่างกายที่แข็งแรงเหมือนข้า ต่อมาชายคนนั้นพูดว่า ข้าอยากรู้ความลับของโลก อสรพิษร้ายได้พูดขึ้นว่า ข้าจะพาท่านไปพบกับสิ่งเหล่านั้น และทั้งหมดก็ได้จากไป พร้อมกับสัตว์ป่าเหล่านั้น แล้วชายคนนั้นก็ได้ของรางวัลทั้งหมดที่พวกสัตว์ป่าได้มอบให้ และเขาก็ได้เดินทางจากไป...

...ในเวลาเนิ่นนานต่อมา นกเค้าแมวได้พูดกับสัตว์อื่นๆว่า ตอนนี้มนุษย์รู้มากและสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง แต่ทันใดนั้นเองข้ารู้สึกกลัว กวางพูดขึ้นว่ามนุษย์ก็ได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว ความโศกเศร้าเสียใจของเขาก็ควรจะหมดไป แต่นกเค้าแมวได้ตอบว่า ไม่จริงข้าเห็นโพรง(กลวง)ที่อยู่ในตัวมนุษย์ ลึกลงไปนั้นมีแต่ความหิวโหยตลอดเวลาและไม่เคยเต็ม สิ่งนี้ทำให้เขามีความโศกเศร้าเสียใจและทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ พวกเขาได้เดินทางไปและพูดไปเรื่อยๆ จนกระทั้งอยู่มาวันหนึ่งโลกได้พูดขึ้นว่า ข้าไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว และไม่มีอะไรจะให้"


ส่วนกับกรณีการล่มสลายของอารยธรรมมายา ความจริงเป็นอย่างไรนั้น ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันมาจนถึงทุกวันนี้ จนมีมากมายนับร้อยทฤษฏี แต่ถึงแม้จะยังไม่มีทฤษฎีใดที่ได้รับการยอมรับอย่างเอกฉันท์ ทฤษฏีโดยรวมก็สามารถสรุปแบ่งได้เป็น 3 ข้อหลักใหญ่ๆ (*เป็นทฤษฎีอธิบายเหตุการล่มสลายของอารยธรรมอื่นๆด้วยนั้นเอง) คือ

1. Systemic Ecological Collapse หรือ การขยายของเมืองบุกรุกทำลายพื้นที่ธรรมชาติอย่างมากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมสารพัด จนประชากรไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป

2. Political/Warfare การต่อสู้กันชิงอำนาจกันในทางการเมือง นำทุกอย่างไปสู่สงครามและความวิบัติ

3. Drought ความแห้งแล้ง จากอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรง จนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฏีปลีกย่อยอื่นๆเช่น เกิดการบุกโจมตีของเผ่าต่างชาติ, เส้นทางการค้าล้มสลาย เป็นต้น