คลังบทความไซ-ไฟ



คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด


Transcendence : ไซ-ไฟ A.I.วิวัฒน์
Director: Wally Pfister
Writers: Jack Paglen
Stars: Johnny Depp, Rebecca Hall, Morgan Freeman


[*คำเตือน บทความนี้มีสปอยล์ ]


- " หนึ่งแสนสามหมื่นปีมาแล้ว ที่ดูเหมือนวิวัฒนาการมนุษย์นั้นยังคงเท่าเดิม ความสามารถของนักประสาทวิทยา วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และ แฮกเกอร์ ในห้องประชุมนี้รวมกันแล้วยังเทียบได้กับแค่เพียงความสามารถพื้นๆของ A.I. เท่านั้น ไม่ช้าไม่นานนี้เครื่องจักรจะเอาชนะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ได้ และอีกไม่นานพลังการวิเคราะห์ของมันจะเหนือกว่าความรู้ที่ถูกสั่งสมมาของมนุษย์ทุกคนที่เคยเกิดมาบนโลกใบนี้ ... ลองจินตนาการถึงคอมพิวเตอร์ที่มีอารมณ์เหมือนกับมนุษย์และมีความรู้สึก นักวิทยาศาสตร์บางคนเรียกว่า เอกภาวะ((Singularity) แต่ผมเรียกว่า *อุตรภาพ (Transcendence) ... และบางทีหนทางในการสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องปลดล็อคความลับพื้นฐานที่สุดของจักรวาลบางประการ อาทิ อะไรคือความตระหนักรู้ วิญญาณมีจริงไหม ถ้ามีจริงมันอยู่ที่ไหน " - Will Caster

* ตัวอย่าง Transcendence (2014) โปสเตอร์ทางการ และTrailer

คำ Transcendence สื่อถึง ภาวะที่อยู่เหนือความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ (อาจเป็นอะไรก็ได้ ปรากฏการธรรมชาติ/จักรวาล , ภายในหลุมดำ, ปรากฏการณ์ควอนตัม ฯลฯ) กรณี AI น่าสนตรง ไม่ใช่สิ่งตามธรรมชาติ แต่เป็นที่สิ่่งที่มนุษย์เราเป็นผู้สร้าง โดยความมุ่งหมายหลักๆ ก็มักจะให้มันเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยใช้งานบางอย่าง อำนวยความสะดวกหรือแม้ความบันเทิงก็ตาม ... แต่สิ่่งที่ถูกสร้าง จะสามารถวิวัฒน์ตัวมันเองได้เอง จนเหนือผู้สร้าง-จนผู้สร้างก็ไม่อาจเข้าใจมันได้อีกต่อไป จะเป็นไปได้หรือ ?
.
และตัวแปรปัญหาสำคัญ ที่ตั้งคำถาม-เฝ้าระวังกันมากเป็นพิเศษ สำหรับ AI คือ มันจะสามารถเกิด จิตสำนึกรู้ในการมีตัวตนของมันเอง ทำนองสิ่งมีชีวิต ได้จริงหรือ ? มีศัพท์เกี่ยวข้อง อาทิ Self-Awareness, Consciousness, Sentient, หรือ คำดั้งเดิมเชิงศาสนาอย่าง Soul, Mind, Spirit, วิญญาณ ฯลฯ ซึ่งจนถึงทุกวันนี้มนุษย์เองก็ยังเป็นที่ถกกัน ว่า อะไรทำนอง จิตสำนึก-จิตวิญญาณ คืออะไรแน่ แค่ปฏิกิริยาในสมองเชิงกายภาพก็แค่นั่นเอง (ตายแล้วก็จบแค่นั้น ไม่มีวิญญาณไปเกิดใหม่) หรือ จะเป็นสิ่งพิเศษบางอย่างที่มากกว่านั้น ฯลฯ



เรื่องย่อ ทรานเซนเดนซ์ ...


Dr. Will Caster (จอห์นนี เดปป์) คือนักวิทยาศาตร์ผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัยเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (A.I.) อันมีภรรยา Evelyn Caster (รีเบคก้า ฮอล) ร่วมทีมเป็นคู่หูกัน พวกเขามีหน้าที่และเป้าหมายในการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิดได้เยี่ยงมนุษย์ และยังจะรวบรวมเอาความรู้วิทยาการทั้งหมดเท่าที่มนุษยชาติเคยมีมาเข้าผนวกเป็นคุณสมบัติให้ A.I. อีกต่างหาก นั่นหมายถึงมันจะกลายเป็นเครื่องจักรมีชีวิต! กระทั้งวิวัฒน์เหนือเกินมนุษย์อย่างเทียบกันไม่ได้ แต่ทั้งนี้วัตถุประสงค์ก็เพื่อภายภาคหน้า มันจะได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจะช่วยยกระดับชีวิตมนุษยชาติให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น นั่นเอง

" การคิดค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าหากมนุษยชาติต้องการอยู่รอดและพัฒนาให้สูงส่งยิ่งๆขึ้นไป ... อัลเบิร์ต ไอสไตน์ พูดไว้เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน และมันยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ช้าปัญญาประดิษฐ์(A.I.) จะช่วยเราเอาชนะความท้าทายที่แสนยาก ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่ยังแก้ความจนและความหิวโหย เพื่อรักษาโลกใบนี้และสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น - Evelyn Caster

การทดลองของพวกเขากลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากและทำให้ วิล กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ แต่ทว่าความโด่งดังที่เขาได้รับก็ประหนึ่งดาบสองคม เพราะมันทำให้เขาถูกติดตามความเคลื่อนไหว-จับตามองทุกฝีก้าว โดยเฉพาะจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงที่ต่อต้านเทคโนโลยีในนาม "ริฟท์" (RIFT ชื่อเต็ม Revolutionary Independence From Technology) ซึ่งพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการพัฒนาทางเทคโนโลยี และที่สำคัญ ณ ขณะนี้คือ ความต้องการที่หยุด โปรเจคของวิล

- " มันไม่มีเหตุผลเลย พวกเขากลัวเทคโนโลยีเพราะเห็นว่ามันคุกคามมนุษย์ แต่พวกเขากลับเอาชีวิตของคนอื่นแทน " - Will Caster



... ทว่าการที่กลุ่มต่อต้านหรือริฟท์นั้น ได้ลงมือกระทำการลอบสังหาร! วิล กลับเป็นตัวแปรอันนำไปสู่วิวัฒนาการใหม่ เป็นการหลอมรวมระหว่างความเป็นมนุษย์กับระบบคอมพิวเตอร์อันน่าทึ่ง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ที่เรียกว่า "ทรานส์เซนเดนซ์" ตามไอเดียความฝันของวิล คือ การเชื่อมต่อ-อัพโหลดฐานข้อมูลสมอง/วิญญาณ?ทั้งหมดอัน เป็นตัวตนของมนุษย์ ในกรณีนี้ก็คือตัว วิล เอง ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับระบบคอมพิวเตอร์ จนเกิดเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ A.I. อัจฉริยะที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประหนึ่งเป็นการถือกำเนิดสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่! และชุบชีวิตวิลขึ้นมาใหม่ไปด้วย ซึ่งสำหรับภรรยาของวิล เอฟวลีน และเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมงานคนสนิทอีกคน แม็กซ์ วอเตอร์ (พอล เบททานีย์)แล้ว ประเด็นสำคัญที่ตามมาจึงอาจไม่ใช่คำถามที่ว่า พวกเขาจะสามารถร่วมสร้าง ทรานส์เซนเดนส์ ได้จริงหรือไม่อีกต่อไป เพราะมันได้เกิดขึ้นแล้วนั่นเอง ... แต่กลับเป็นคำถามว่า พวกเขา ควร จะให้มันดำรงอยู่ต่อไปหรือเปล่า ด้วยไม่แน่ใจนักว่า ในที่สุดมันจะส่งผลต่อมนุษยชาติดีร้ายประการใดแน่ ... และอีกกรณีที่สำคัญมาก ก็คือ ตัวตนของ วิล ที่ถือกำเนิดใหม่ในรูปแบบ A.I. นั้น คือ วิล คนเดิมจริงๆหรือไม่ ? ซึ่งนับเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนซับซ้อนมาก (ชื่อ ของวิล คำว่า 'Will' ยังสื่อนัยยะถึง เจตจำนง แรงปรารถนา)

คลิป องค์กรลับต่อต้านเทคโนโลยี 'RIFT' : Revolutionary Independence From Technology ที่ เห็นว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นภัยร้ายคุกคามชีวิตมนุษย์ในหลายๆแง่มุม อาทิ การคุกคามล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว คุกคามธรรมชาติ ส่งผลข้างเคียงต่อสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศ ฯลฯ และที่สำคัญคือส่งผลเชิงลบต่อโครงสร้างทางระบบสังคม-เศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรณีการที่เครื่องจักรล้ำสมัย เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ ส่งผลให้เกิดภาวะตกงานของมนุษย์ เกิดเป็นปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย


" แต่เครื่องจักรมีไว้ช่วยเหลือมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์ " - RIFT



รีวิว+บางไอเดียจาก ทรานเซนเดนซ์ ...

สำหรับเรื่อง Transcendence การดำเนินเรื่อง-การเล่าเรื่องอาจเนิบช้าไม่หวือหวาแบบหนังแนวบู๊แอคชั่น แต่สำหรับไอเดียไซ-ไฟแล้วต้องบอกว่าเหลือล้ำ เพราะนวัตกรรม A.I. พันธุ์ Transcendence มันคือสัญญาณแห่งการปฏิวัติโลก จนแทบจะเป็นการวิวัฒนาการเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสม(Hybrid)พันธุ์ประหลาดรูปแบบใหม่ขึ้นมาครองโลกเลยทีเดียว ไม่ว่าในเชิงผลกระทบการปฏิวัติระดับโลก หรือเชิงดราม่า+โรแมนติก ระหว่าง will กับ Evelyn แต่เนื้อหา-แนวคิดในหนังก็กระตุ้นให้เกิดประเด็นคำถามมากมายเกี่ยวกับ เทคโนโลยีกับสังคม โดยเฉพาะในยุคนวัตกรรมไอที-โซเชียลมีเดีย-A.I. ณ ปัจจุบันนี้ ไปจนถึงคำถามเชิงอภิปรัชญาลึกลับน่าสงสัยตลอดกาลอย่างกรณี การมีอยู่ของ จิต-วิญญาณ ความเป็นตัวตนของคนคนหนึ่ง มีอยู่จริงหรือไม่ แล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไร ไปจนถึงเทคโนโลยีสามารถสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่ ฯลฯ

“..มันสำเนาตัวเองเป็นอนุภาคกระจายไปใน ดิน น้ำ อากาศ..คาดว่าปีถัดไป AI,ปัญญาประดิษฐ์ คงครองโลกทั้งหมดได้..
สิ้นยุคชีวิตชีวภาพแบบดึกดำบรรพ์เดิมๆ เริ่มต้นยุคใหม่..” - Max Waters



หลายๆแนวคิด ทำให้คลับคล้ายคลับคลา นึกถึงหนังไซ-ไฟ หรือการ์ตูนอนิเมะ ในตำนานหลายๆเรื่อง อาทิ

- การแปลง จิต-วิญญาณ-ตัวตนของมนุษย์ ให้กลายเป็นดิจิตอลไปสิงอยู่ในร่างหุ่นยนต์แทน อย่างในอนิเมะ 'Ghost in the shell' ... โดยเมื่ออัพโหลดวิญญาณดิจิตอลเข้าสู่โลกไซเบอร์/ออนไลน์แล้ว ก็เป็นอันว่าวิญญาณดิจิตอลนั้นสามารถเดินทางโลดแล่นไปได้อย่างรวดเร็วในทุกๆที่-ทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบมีสายหรือไร้สาย ระบบคลื่นดาวเทียม อะไรก็ตาม เรียกว่าวิญญาณดิจิตอลสามารถแทรกซึม หรือ แฮกเข้าถึงข้อมูลความลับ ไปจนถึงอาจสั่งการให้เกิดผลบางอย่างได้แทบทุกองค์กร-ทุกหน่วยงานที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่นั้น ไม่ว่าองค์กรภาคเอกชน-ภาครัฐ ตลาดหุ้น โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงเรียน ไปจนถึงกองทัพ ฯลฯ ซึ่งในแง่ลบ อาจเป็นสุ่มเสี่ยงต่อการก่อการร้ายๆไม่พึงประสงคค์บางอย่างได้ ...

" เมื่อสองสามปีก่อน ปฏิสัมพันธ์เริ่มหมดไป คนส่งข้อความหากันในโซเชียลมีเดีย แทนการพบปะพูดคุยกัน ไปจนถึงการบุกรุกความเป็นส่วนตัว พวกมัน(กลุ่มRIFT) เลยใช้สมาร์ทโฟนเป็นชนวนก่อเหตุ " - Buchanan

- ... โดยเฉพาะทำให้นึกถึงระบบ Skynet ใน 'Terminator' ที่ครอบครอง-โจมตีโลก และมันยังสร้างกองทัพหุ่นยนต์ได้เอง (*กรณี วิวัฒนาการ ของ Skynet! คลิกต่อ ) อีกเรื่องที่สื่อแก่นออกมาทำนองคล้ายๆกัน คือ 'The Matrix' (เกร็ดเรื่องราว The Matrix คลิกต่อ ) ...

- ... อีกทั้งระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่ชื่อ P!NN (Physically Independent Neural Network) ใน Transcendence ยังทำให้นึกถึง 'HAL-9000' ในไซ-ไฟขึ้นหิ้งตลอดกาลอย่าง '2001 a space odyssey' ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทุกระบบภายในยานอวกาศ แถมเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คกับภาคพื้นดินบนโลกอีกต่างหาก




แต่กระนั้น ระบบ A.I. ของ วิล ใน Transcendence นี้ ก็ดูจะมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างออกไปหลายๆอย่าง ทั้งก้าวล้ำเหนือชั้นไปอีกขั้น อาทิ

A.I. Transcendence ยังสามารถเชื่อมโยง-บูรณาการกับวิทยาการนาโนเทคโนโลยี สั่งการควบคุมได้ในแทบทุกๆด้าน ไม่ว่าทางด้านวัตถุ-ทางเคมี ชีวภาพ/การแพทย์ ฯลฯ ดังจะเห็นว่ามันสามารถซ่อมแซมส่วนบาดเจ็บ-เสียหายของร่างกาย/อวัยวะมนุษย์ ได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย (หรือแม้แต่การซ่อมแซม พืช - ต้นไม้ - วัตถุสิ่งของ ก็ทำได้) ถึงขนาดสามารถเพาะ-สร้าง-กำเนิดเนื้อเยื้อ ในระดับการสร้างเป็นร่างกายมนุษย์ตัวเต็มๆขึ้นใหม่ทั้งร่างก็ยังได้ แถมเข้าสิงร่างบางการจิตใจมนุษย์ได้ และในหนังยังแสดงให้เห็นอีกว่า มันกลายเป็นอนุภาคโนนาบางอย่างที่มีการเชื่อมกับระบบเน็ตเวิร์คไร้สายของ A.I. Transcendence อันถูกปล่อยออกไปสู่บรรยากาศ ระดับสามารถควบคุม น้ำ ดิน ฟ้า อากาศ ได้ จะว่าไปแล้วแทบควบคุมทุกสรรพสิ่งในโลกได้เลยทีเดียว (พระเจ้าดีๆนี่เอง) ดังประโยคในหนังที่กลุ่มต่อต้านเทคโนฯคนหนึ่งถาม Will Caster ระหว่างการบรรยายว่า ...

" คุณนะ อยากจะสร้างพระเจ้าเหรอ พระเจ้าของคุณเอง " - RIFT
" เป็นคำถามที่ดีมาก เอ่อ แต่มนุษยชาติก็พยามทำอย่างนั้นมาตลอดไม่ใช่เหรอ " - Will Caster

" ทีแรกคนเราอาจจะกลัวเทคโนโลยี แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นว่ามันทำอะไรได้บ้าง พวกเขาจะยอมรับมันเอง และมันจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขา " - Will Caster

ในท้องเรื่อง ดูเหมือนวิธีที่จะหยุด-ฆ่า ระบบ A.I.Transcendence ได้ คือต้องทำการ Shutdown ปิดหรือถอดปลั๊กไฟฟ้า ระบบออนไลน์/เน็ตเวิร์ค/ดาวเทียม ที่มีในโลกทั้งหมด นั่นหมายถึงทั้งโลกต้องเป็นอัมพาต!ไปชั่วขณะใหญ่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อยากมาก และระดับวิลคงไม่ละเลยเรื่องระบบสำรอง-พลังงานสำรวจ ... จึงต้องคิดวิธีใหม่ ก็ได้คำตอบอีกวิธีคือ ต้องหาทางปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างมาเป็นพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เข้าไปทำลายเครือข่าย A.I. วิล ทั้งหมด แต่แน่ละว่าไม่ง่ายนัก วิล ย่อมมีระบบป้องกัน anti ไว้รัส แล้วใครละที่วิลจะยอมเปิดช่องโหว่เชื่อมต่อด้วยได้ นอกจากคนที่วิลรักและไว้ใจที่สุดอย่าง เอฟวลีน

เบื้องต้นคนอื่นๆโดยเฉพาะกลุ่มต่อต้านเทคโนฯRIFT หรือแม้แต่ เอฟวลีน ต่างก็เชื่อว่า วิล A.I. คงไม่ใช่วิลคนเดิมที่ร่างกายตายไปแล้วอีกต่อไป แต่มันคือ A.I. ที่อาศัยความเป็นวิล จากการอัพโหลดฐานข้อมูลที่ได้จากสมองวิลก็เท่านั้น ... แต่สุดท้ายหลังจาก เอฟวลีน ทำใจยอมเสี่ยงด้วยชีวิต เพื่อสามารถเชื่อมกับ วิล และทำการอัพโหลดไวรัสเข้าสู่ระบบ เพื่อทำลายวิล กลับพบว่า วิล ก็คือตัว วิล จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวก็อบบี้ และยังคงเป็นวิล ผู้เจตนาดีต่อโลกและต้องการให้โลกดีขึ้น นั้นคือเธอคิดผิด และดูเหมือนวิลจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ก็ยอมให้ปล่อยไวรัส เพื่อช่วยชีวิตเอฟวลีน + หลอมรวมตัวเองกับ เอฟวลีน ... และตอนท้ายสื่อนัยว่า วิล และ เอฟวลีน ยังคงมีตนตัวเป็นภาวะ Transcendence ดำรงอยู่ต่อไป


" คนเรากลัวในสิ่งที่ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องธรรมดา " - Max Waters



ส่วนเทคโนโลยีกับโลกเราปัจจุบัน จะสามารถก้าวไกลไปถึงระดับทำนองจินตนาการในหนังทรานเซนเดนซ์หรือไม่นั้น ดูเหมือนจะยังห่างไกลเป็นไปได้ยากมาก (แต่ก็ไม่แน่ในอนาคต ใครจะไปรู้ ?) ก็ต้องลุ้นกันต่อไป แต่ที่แน่ๆทุกวันนี้เหมือน เทคโนฯ-ไอที-โซเชียลมีเดีย จะเข้ามามีบทบาทเป็นสิ่งจำเป็นของสังคมมนุษย์อย่างขาดไม่ได้ในเกือบทุกๆด้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการที่มันเข้ามามีบทบาท-อิทธิพลกับชีวิต-สังคม มากมายขนาดนี้ สุดท้ายแล้วจะส่งผลกระทบดี-ร้าย มากกว่ากันแค่ไหน อย่างไรบ้างนั้น ก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าในที่สุดแล้วเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าไม่หยุดยั้งด้วยน้ำมือมนุษย์เองนั้น จะนำพามนุษยชาติและโลกไปสู่จุดไหน

+ กรณี A.I. แง่มุมอื่นๆ ในอีกบทความ ต่อที่เรื่อง Ex Machina : รีวิว/วิเคราะห์เกร็ด A.I.-เมื่อเครื่องจักรมีจิต?!


-- ส่งท้าย: บางความคืบด้าน AI / ปัญญาประดิษฐ์ --


- วิศวกรกูเกิล Lemoine คุยกับ AI "LaMDA" (ในหลายประเด็นมาก ภาวะจิตใจ-ปรัชญาชีวิต/สังคม ฯลฯ) อ่านบทสนทนาเต็มๆ ที่ https://cajundiscordian.medium.com/is-lamda-sentient-an-interview-ea64d916d917 ...

**กระนั้น #Google ได้ออกมาแถลงทางการ ว่า AI LaMDA ไม่ได้มีจิตสำนึกรู้อย่างที่ Lemoine อ้าง และ Lemoine ก็ถูกสั่งพักงาน **


ปล. *และข้อมูลเสริมอื่นๆ-แชร์คุยกันต่อได้ที่ แฟนเพจ สนทนาไซ-ไฟ