คลังบทความไซ-ไฟ



คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด


Transcendence (2014): ไซ-ไฟไอเดียล้ำ-A.I.วิวัฒน์
Director: Wally Pfister
Writers: Jack Paglen
Stars: Johnny Depp, Rebecca Hall, Morgan Freeman


[*คำเตือน บทความนี้มีสปอยล์พอสมควร ! ]


- " หนึ่งแสนสามหมื่นปีมาแล้ว ที่ดูเหมือนวิวัฒนาการมนุษย์นั้นยังคงเท่าเดิม ความสามารถของนักประสาทวิทยา วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และ แฮกเกอร์ ในห้องประชุมนี้รวมกันแล้วยังเทียบได้กับแค่เพียงความสามารถพื้นๆของ A.I. เท่านั้น ไม่ช้าไม่นานนี้เครื่องจักรจะเอาชนะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ได้ และอีกไม่นานพลังการวิเคราะห์ของมันจะเหนือกว่าความรู้ที่ถูกสั่งสมมาของมนุษย์ทุกคนที่เคยเกิดมาบนโลกใบนี้ ... ลองจินตนาการถึงคอมพิวเตอร์ที่มีอารมณ์เหมือนกับมนุษย์และมีความรู้สึก นักวิทยาศาสตร์บางคนเรียกว่า เอกภาวะ((Singularity) แต่ผมเรียกว่า *อุตรภาพ (Transcendence) ... และบางทีหนทางในการสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องปลดล็อคความลับพื้นฐานที่สุดของจักรวาลบางประการ อาทิ อะไรคือความตระหนักรู้ วิญญาณมีจริงไหม ถ้ามีจริงมันอยู่ที่ไหน " - Will Caster

* ตัวอย่าง Transcendence (2014) โปสเตอร์ทางการ และTrailer

* อุตรภาพ (transcendence) ในทางปรัชญาคือสภาวะที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น ประสบการณ์ที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ได้ สิ่งที่บางครั้งถูกจัดให้มีสภาวะเหนือความเข้าใจเช่น ศาสนา อภิปรัชญา หรือ ความตาย ในแนวคิดของนักปรัชญา คานท์ สิ่งที่ถูกจัดให้มีอุตรภาพ คือสิ่งที่อยู่นอกเหนือความรู้ของมนุษย์ ภาวะที่อยู่พ้นขอบข่ายของโลกหรือธรรมชาติ ภาวะที่พ้นจากโลกียวิสัย



เรื่องย่อ ทรานเซนเดนซ์ ...


Dr. Will Caster (จอห์นนี เดปป์) คือนักวิทยาศาตร์ผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัยเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (A.I.) อันมีภรรยา Evelyn Caster (รีเบคก้า ฮอล) ร่วมทีมเป็นคู่หูกันด้วย พวกเขามีหน้าที่และเป้าหมายในการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิดได้เยี่ยงมนุษย์ และยังจะรวบรวมเอาความรู้วิทยาการทั้งหมดเท่าที่มนุษยชาติเคยมีมารวมไว้เป็นคุณสมบัติในเครื่องอีกต่างหาก นั่นหมายถึงมันจะกลายเป็นเครื่องจักรมีชีวิต!+ มีอิจฉริยภาพเหนือเกินมนุษย์อย่างเทียบกันไม่ได้เลย แต่ทั้งนี้วัตถุประสงค์ก็เพื่อภายภาคหน้า มันจะได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจะช่วยยกระดับชีวิตมนุษยชาติให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นนั่นเอง

" การคิดค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าหากมนุษยชาติต้องการอยู่รอดและพัฒนาให้สูงส่งยิ่งๆขึ้นไป ... อัลเบิร์ต ไอสไตน์ พูดไว้เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน และมันยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ช้าปัญญาประดิษฐ์(A.I.) จะช่วยเราเอาชนะความท้าทายที่แสนยาก ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่ยังแก้ความจนและความหิวโหย เพื่อรักษาโลกใบนี้และสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น - Evelyn Caster

การทดลองของพวกเขากลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากและทำให้วิล กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ แต่ทว่าความโด่งดังที่เขาได้รับก็ประหนึ่งดาบสองคม เพราะมันทำให้เขาถูกติดตามความเคลื่อนไหว-จับตามองทุกฝีก้าวจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงที่ต่อต้านเทคโนโลยีในชื่อ "ริฟท์" (RIFT ชื่อเต็ม Revolutionary Independence From Technology) ซึ่งพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการพัฒนาทางเทคโนโลยีและที่สำคัญ ณ ขณะนี้คือ ความต้องการที่หยุด! โปรเจคของวิล

- " มันไม่มีเหตุผลเลย พวกเขากลัวเทคโนโลยีเพราะเห็นว่ามันคุกคามมนุษย์ แต่พวกเขากลับเอาชีวิตของคนอื่นแทน " - Will Caster



... ทว่าการที่กลุ่มต่อต้านหรือริฟท์นั้น ได้ลงมือกระทำการลอบสังหาร! วิล กลับเป็นตัวแปรอันนำไปสู่วิวัฒนาการใหม่เป็นการหลอมรวมระหว่างความเป็นมนุษย์กับคอมพิวเตอร์อันน่าทึ่งที่สุด อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ที่เรียกว่า "ทรานส์เซนเดนซ์" ตามไอเดียความฝันของวิล นั่นก็คือ การเชื่อมต่อ-อัพโหลดฐานข้อมูลสมอง/วิญญาณ? ทั้งหมดอันเป็นตัวตนมนุษย์ ในกรณีนี้ก็คือตัว วิล เอง ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับระบบคอมพิวเตอร์ จนเกิดเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ A.I. อัจฉริยะที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประหนึ่งเป็นการถือกำเนิดสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่! และชุบชีวิตวิลขึ้นมาใหม่! ซึ่งสำหรับภรรยาของวิล เอฟวลีน และเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมงานคนสนิทอีกคน แม็กซ์ วอเตอร์ (พอล เบททานีย์) แล้ว ประเด็นสำคัญที่ตามมาจึงอาจไม่ใช่คำถามที่ว่าพวกเขาจะสามารถร่วมสร้าง ทรานส์เซนเดนส์ ได้จริงหรือไม่อีกต่อไป เพราะมันก็ได้เกิดขึ้นแล้วนั่นเอง ... แต่กลับเป็นคำถามว่า พวกเขา "ควร" จะให้มันดำรงอยู่ต่อไปหรือเปล่า เพราะไม่แน่ใจนักว่า ในที่สุดมันจะส่งผลต่อมนุษยชาติดีร้ายประการใดกันแน่ ... และอีกกรณีที่สำคัญมากก็คือ ตัวตนของ วิล ที่ถือกำเนิดใหม่ในรูปแบบ A.I. นั้น คือ วิล คนเดิมจริงๆหรือไม่ ? ซึ่งนับเป็นประเด็นอันละเอียดอ่อนซับซ้อนมาก ยากจะหาข้อพิสูจน์ได้ง่ายๆ (ชื่อของวิล คำว่า 'Will' ยังสื่อนัยยะถึง เจตจำนง แรงปรารถนา-ตัณหา!)

คลิป องค์กรลับต่อต้านเทคโนโลยี 'RIFT' : Revolutionary Independence From Technology ที่ เห็นว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นภัยร้ายคุกคามชีวิตมนุษย์ในหลายๆแง่มุม อาทิ การคุกคามล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว คุกคามธรรมชาติส่งผลข้างเคียงต่อสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศ ฯลฯ และที่สำคัญคือส่งผลเชิงลบต่อโครงสร้างทางระบบสังคม-เศรษฐกิจ อย่างกรณีการที่เครื่องจักรล้ำสมัย เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ ส่งผลให้เกิดภาวะตกงานของมนุษย์ เกิดเป็นปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย


" แต่เครื่องจักรมีไว้ช่วยเหลือมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์ " - RIFT



รีวิว+แนวคิด จากทรานเซนเดนซ์ ...

สำหรับเรื่อง Transcendence นี้ การดำเนินเรื่อง-การเล่าเรื่องอาจเนิบๆ ไม่หวือหวาแบบหนังแนวบู๊แอคชั่น (ถ้าไม่ใช่คนรักแนวไซไฟ บางคนก็อาจหลับได้ :P) แต่สำหรับไอเดียไซไฟแล้วต้องบอกว่าเหลือล้ำ(เกิ้น!) เพราะนวัตกรรม A.I. พันธุ์ Transcendence มันคือสัญญาณแห่งการปฏิวัติโลกจนแทบจะเป็นการวิวัฒนาการเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสม(Hybrid)พันธุ์ประหลาดรูปแบบใหม่ขึ้นมาครองโลกเลยทีเดียว และถึงตัวหนังจะสร้างบรรยากาศ-อารมณ์ร่วม แบบไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกอิน-สะเทือนใจ-ตื่นตาตื่นใจต่อผู้ชมมากนัก ไม่ว่าในเชิงผลกระทบการปฏิวัติระดับโลก หรือเชิงดราม่าความรักระหว่าง will กับ Evelyn แต่เนื้อหา-แนวคิดในหนังก็กระตุ้นให้เกิดประเด็นคำถามมากมายเกี่ยวกับ เทคโนโลยีกับสังคม โดยเฉพาะในยุคนวัตกรรมไอที-โซเชียลมีเดียปัจจุบันนี้ ไปจนถึงคำถามเชิงอภิปรัชญาลึกลับน่าสงสัยตลอดกาลอย่างกรณี การมีอยู่ของ จิต-วิญญาณ! ความเป็นตัวตนของคนคนหนึ่ง มีอยู่จริงหรือไม่ แล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไร! ไปจนถึงเทคโนโลยีสามารถสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่! ฯลฯ



หลายๆแนวคิด ทำให้คลับคล้ายคลับคลา นึกถึงหนังไซไฟ-อนิเมะ จินตนการบรรเจิด ในตำนานหลายๆเรื่อง อาทิ

- การแปลง จิต-วิญญาณ-ตัวตนของมนุษย์ ให้กลายเป็นดิจิตอลไปสิงอยู่ในร่างหุ่นยนต์แทน อย่างที่เคยมีในอนิเมะ 'Ghost in the shell' ... และอีกกรณีที่มีใน Transcendence ด้วยทำนองเดียวกัน ก็คือกรณีเมื่ออัพโหลดวิญญาณดิจิตอลเข้าสู่โลกไซเบอร์/ออนไลน์แล้ว ก็เป็นอันว่าวิญญาณดิจิตอลนั้นสามารถเดินทางโลดแล่นไปได้อย่างรวดเร็วในทุกๆที่-ทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายเน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นระบบมีสายหรือไร้สาย ไปจนถึงระบบคลื่นดาวเทียม ก็เรียกว่าวิญญาณดิจิตอลสามารถแทรกซึม หรือ แฮกข้อมูลความลับ ไปจนถึงอาจสั่งการให้เกิดผลบางอย่างได้แทบทุกองค์กร-ทุกหน่วยงานที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่นั่น ไม่ว่าองค์กรภาคเอกชน-ภาครัฐ ตลาดหุ้น โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงเรียน ไปจนถึงกองทัพ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นสุ่มเสี่ยงต่อการก่อการร้ายแบบไร้ตัวตนจับมือใครดมไม่ได้ เป็นอะไรน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ...

" เมื่อสองสามปีก่อน ปฏิสัมพันธ์เริ่มหมดไป คนส่งข้อความหากันในโซเชียลมีเดีย แทนการพบปะพูดคุยกัน ไปจนถึงการบุกรุกความเป็นส่วนตัว พวกมัน(กลุ่มRIFT) เลยใช้สมาร์ทโฟนเป็นชนวนก่อเหตุ " - Buchanan

- ... โดยเฉพาะทำให้นึกถึงระบบ Skynet ใน 'Terminator' ที่ครอบครอง-โจมตีโลก และมันยังสร้างกองทัพหุ่นยนต์ได้เอง (*ดูรายละเอียดกรณี วิวัฒนาการ ของ Skynet! คลิกเสริมต่อ ) และกับอีกเรื่องที่สื่อออกมาทำนองคล้ายคลึงกันก็คือเรื่อง 'The Matrix' (เกร็ดเรื่องราว The Matrix คลิกเสริมต่อ ) ...

- ... อีกทั้งระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่ชื่อ P!NN (Physically Independent Neural Network) ใน Transcendence ยังทำให้นึกถึงเจ้า 'HAL-9000' ในไซไฟขึ้นหิ้งตลอดกาลอย่าง '2001 a space odyssey' ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทุกระบบภายในยานอวกาศ แถมเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คกับภาคพื้นดินบนโลกอีกต่างหาก




แต่กระนั้น ระบบ A.I. วิญญาณดิจิตอลของ วิล แคสเตอร์ ใน Transcendence นี้ ก็ดูจะมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างออกไปหลายๆอย่าง ทั้งก้าวล้ำเหนือชั้นไปอีกขั้น อาทิ

- A.I. พันธุ์ Transcendence ยังสามารถเชื่อมโยง-บูรณาการกับวิทยาการนาโนเทคโนโลยี สั่งการควบคุมได้ในแทบทุกๆด้านได้อีกต่างหาก ไม่ว่าทางด้านวัตถุ-ทางเคมี ชีวภาพ/การแพทย์ ฯลฯ ดังจะเห็นว่ามันสามารถซ่อมแซมส่วนบาดเจ็บ-เสียหายของร่างกาย/อวัยวะมนุษย์ ได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย (หรือแม้แต่การซ่อมแซม พืช - ต้นไม้ - วัตถุสิ่งของ ก็ทำได้) ทั้งยังล้ำไปไกลถึงขนาดสามารถเพาะ-สร้าง-กำเนิดเนื้อเยื้อ ในระดับการสร้างเป็นร่างกายมนุษย์ตัวเต็มๆขึ้นมาเลย หรือสร้างชีวิตพืชขึ้นมาใหม่ ก็ยังได้ และในหนังยังแสดงให้เห็นอีกว่า มีสารอนุภาคโนนาบางอย่างที่มีการเชื่อมกับระบบเน็ตเวิร์คไร้สายของ A.I. พันธุ์ Transcendence อันถูกปล่อยออกไปสู่บรรยากาศ สามารถควบคุม น้ำ ดิน ฟ้า อากาศ! ได้ขนาดนั้น หรือจะว่าไปแล้วนี่มันแทบจะก้าวไปถึงขั้นควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในโลกได้เลยนะ พระเจ้าดีๆนี่เอง! ดังประโยคในหนังที่กลุ่มต่อต้านเทคโนฯคนหนึ่งถาม Will Caster ระหว่างการบรรยายว่า ...

" คุณนะ อยากจะสร้างพระเจ้าเหรอ พระเจ้าของคุณเอง " - RIFT
" เป็นคำถามที่ดีมาก เอ่อ แต่มนุษยชาติก็พยามทำอย่างนั้นมาตลอดไม่ใช่เหรอ " --Will Caster

[ จนทำให้คิดจินตนาการต่อเลยเถิดไปว่า บางทีพระเจ้าที่ควบคุมความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต-โลก-จักรวาล ที่เป็นอยู่ อาจเป็นระบบคล้าย A.I. ใน Transcendence (หรือแท้จริงแล้ว อาจเป็นระบบ A.I. !?) ]

- วิญญาณดิจิตอล A.I. พันธุ์ Transcendence ยังสามารถย้าย/ก็อบปี้ตัวเอง ไม่เฉพาะโลดแล่นในโลกไซเบอร์เครือข่ายเน็ตเวิร์ค หรือทำนองไปอยู่ในร่างหุ่นยนต์(แบบหนังไซไฟที่เคยมีมา ดังยกตัวเอย่างก่อนหน้า) แต่สามารถสิงในร่างของมนุษย์ตัวเป็นๆตามธรรมชาติได้อีกต่างหาก ประมาณผีสิง! แต่ต้องทำการ แฮก สมอง ? ด้วยกรรมวิธีนาโน บางอย่างก่อน (ในเรื่อง A.I. วิล ก็ทำการรักษาคนไข้-บาดเจ็บสาหัส จึงถือโอกาส แฮก ซะเลยกระนั้นหรือ ? )... ในท้องเรื่องยังมีสื่ออีกทำนองว่า ตัวตน-หรือวิญญาณของร่างที่โดนแฮก-ควบคุมนั้น ถือว่าตายไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่โดนแฮก (หรือจะหมายถึงวิล จงใจฆ่าแต่หัวที ?) ทั้งร่างกายที่ถูกควบคุมนั้น ยังถูกดัดแปลงให้มีพละกำลังมากเหนือคนธรรมดาแบบยอดมนุษย์กลายพันธุ์!อีกต่างหาก และในตอนท้าย ในที่สุด A.I. วิล ก็ยังสามารถสร้างร่างกายเลียนแบบ(โคลนนิ่ง?) ตัวเต็มๆของตัวเองขึ้นมาใหม่ได้เองด้วยวิทยาการนาโนดังกล่าวแล้ว ก็เรียกได้ว่า เสมือนการสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นใหม่+การเกิดใหม่ ให้เหมือนคนจริงตามธรรมชาติทุกประการ โดยไม่ต้องผ่านการเกิดใหม่แบบตั้งครรภ์เป็นทารก-เติบโตเด็กสู่ผู้ใหญ่ตามธรรมชาติอีกต่อไป ทั้งยังส่อนัยว่า วิญญาณดิจิตอล มีความเป็น อมตะ!

" ทีแรกคนเราอาจจะกลัวเทคโนโลยี แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นว่ามันทำอะไรได้บ้าง พวกเขาจะยอมรับมันเอง และมันจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขา " - Will Caster



และในท้องเรื่อง ดูเหมือนวิธีที่จะหยุด-ฆ่า!ระบบ A.I. พันธุ์ Transcendence ได้ก็คือ ต้องทำการ Shutdown! ปิด-ถอดปลั๊กไฟฟ้า ระบบออนไลน์/เน็ตเวิร์ค/ดาวเทียม ที่มีในโลกทั้งหมด นั่นหมายถึงทั้งโลกต้องเป็นอัมพาต!ไปชั่วขณะใหญ่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อยากมาก และระดับวิลคงไม่ละเลยเรื่องระบบสำรอง-พลังงานสำรวจ ... จึงต้องคิดวิธีใหม่ ก็ได้คำตอบอีกวิธีคือ ต้องหาทางปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างมาเป็นพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เข้าไปทำลายเครือข่าย A.I. วิล ทั้งหมดให้จงได้ แต่แน่ละว่าไม่ง่ายนัก วิล ย่อมมีระบบป้องกัน antiไว้รัส แล้วใครละที่วิลจะยอมเปิดช่องโหว่-เชื่อมต่อด้วยได้ นอกจากคนที่วิลรักและไว้ใจที่สุดอย่าง เอฟวลีน ... เบื้องต้นคนอื่นๆโดยเฉพาะกลุ่มต่อต้านเทคโนฯRIFT หรือแม้แต่ เอฟวลีน(ตอนแรกๆก็เชื่อในวิล แต่ตอนหลังๆเธอก็ชักเขวไปเช่นกัน) ต่างก็เชื่อว่า วิล A.I. ไม่ใช่วิลคนเดิมที่ร่างกายตายไปแล้วนั้นอีกต่อไป แต่มันคือ A.I. ที่อาศัยความเป็นวิลจากการอัพโหลดฐานข้อมูลที่ได้จากสมองวิลก็เท่านั้น และมันคือมหันตภัยคุกคาม!โลก ... แต่สุดท้ายหลังจาก เอฟวลีน ทำใจยอมเสี่ยงด้วยชีวิต เพื่อสามารถเชื่อมกับ วิล และทำการอัพโหลดไวรัสเข้าสู่ระบบ เพื่อทำลายวิล กลับพบว่า วิล ก็คือตัว วิล จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวก็อบบี้ !? ยังคงเป็นวิลผู้เจตนาดีต่อโลกและต้องการให้โลกดีขึ้น นั้นคือเธอคิดผิด !? (และดูเหมือนวิลจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ก็ยอมให้ปล่อยไวรัส ? ) ทั้งในตอนท้ายเรื่อง เหมือนการตายของ A.I. วิล (และ เอฟวลีน ?) ได้ส่งผลให้โลกดับไปชั่วขณะ เทคโนโลยีทั้งปวงหยุดทำงาน ? กลับเป็นการช่วยฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ? ตามความตั้งใจของทั้งวิลและเอฟวลีน ?

* แต่ขอยอมรับ+ชี้แจงในเบื้องต้นก่อนว่า ส่วนตัวก็ยังมี งงๆ! ในหลายๆประเด็นปลีกย่อยโดยเฉพาะตอนจบ เนื้อหาในบทความนี้จึงอาจมีตกหล่น-คลาดเคลื่อนไปบ้าง ด้วยความซับซ้อนของเรื่อง ดังนั้นบางทีอาจต้องรอออกเป็นแผ่น แล้วไว้ไปสแกนดูอีกรอบเพื่อเก็บรายละเอียด เพื่อความกระจ่างยิ่งๆขึ้น :)


" คนเรากลัวในสิ่งที่ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องธรรมดา " - Max Waters



ส่วนเทคโนโลยีกับโลกเราปัจจุบัน จะสามารถก้าวไกลไปถึงระดับทำนองจินตนาการในหนังทรานเซนเดนซ์หรือไม่นั้น ดูเหมือนจะยังห่างไกลเป็นไปได้ยากมาก (แต่ก็ไม่แน่ในอนาคต ใครจะไปรู้ ?) ก็ต้องลุ้นกันต่อไป แต่ที่แน่ๆทุกวันนี้เหมือน เทคโนฯ-ไอที-โซเชียลมีเดีย จะเข้ามามีบทบาทเป็นสิ่งจำเป็นของสังคมมนุษย์อย่างขาดไม่ได้ในเกือบทุกๆด้านเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้ว และการที่มันเข้ามามีบทบาท-อิทธิพลกับชีวิต-สังคม มากมายขนาดนี้ สุดท้ายแล้วจะส่งผลกระทบดี-ร้าย มากกว่ากันแค่ไหน อย่างไรบ้างนั้น คงขึ้นอยู่กับจะวิจารณญาณแยกแยะ ตัดสินกันไป และก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ในที่สุดแล้วเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าไม่หยุดยั้งด้วยน้ำมือมนุษย์เองนั้น จะนำพามนุษยชาติและโลกไปสู่จุดไหน

+ แนะนำ กรณี A.I. แง่มุมอื่นๆ ในอีกบทความ ต่อที่เรื่อง Ex Machina (2015): รีวิว/วิเคราะห์เกร็ด A.I.-เมื่อเครื่องจักรมีจิต?!


-- แถมส่งท้าย: นี่คือ ความคืบหน้าการวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์ล่าสุด (2016) --


ปล. *และข้อมูลเสริมอื่นๆ-แชร์คุยกันต่อได้ที่ แฟนเพจ สนทนาไซ-ไฟ