คลังบทความไซ-ไฟ



คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด



รีวิว/วิเคราะห์ District 9 (2009) - Alien Nation(1998)
Director: Neill Blomkamp
Writer: Neill Blomkamp, Terri Tatchell
Stars: Sharlto Copley, David James, Jason Cope

* บทความนี้มี "สปอยล์" เนื้อหาพอควร


จินตนาการไซไฟเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือเอเลี่ยนส่วนใหญ่ ไม่เป็นสัตว์ประหลาดร้ายก็จะเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาไฮเทคล้ำสมัย และมักมาในฐานะผู้บุกรุกหรือศัตรูคุกคามโลก แต่ในหนังไซไฟอย่าง District 9 ให้อีกมุมมองต่างออกไปได้น่าสนใจ

ท้องเรื่อง ยานอวกาศลึกลับ จู่ๆก็โผล่มาติดอยู่ในโลกมนุษย์ ลอยนิ่งเคว้งแถวๆเหนือน่านฟ้า โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ แถมที่มาที่ไปไม่แน่ชัด และไม่มีสัญญาณ/ท่าทีใดๆที่แสดงว่า มนุษย์ต่างดาวกลุ่มนี้(ซึ่งพบว่ามีจำนวนไม่น้อย) จะมีพิษมีภัยใดๆทำนองคิดจะคุกคามโลกเรา แต่ผลกลับมาในฐานะอดยากอนาถา แม้ยานอวกาศจะดูใหญ่โตล้ำสมัยกว่าเทคโนฯของชาวโลกด้วยซ้ำ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ ? ก็มิอาจทราบได้ ด้วยสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเท่าไรนัก เพราะเอเลี่ยนพูดภาษาชาวโลกไม่ได้นั่นเอง และถึงโลกจะมีการจัดพื้นที่พิเศษสำหรับเป็นที่พักอาศัยให้ชั่วคราวไปก่อน แต่ด้วยความเคลือบแคลง+ความกลัวของมนุษย์ ผนวกด้วยเอเลี่ยนมีสมาชิกกันเป็นจำนวนมาก+พื้นที่มีจำกัด จึงได้รับการต้อนรับที่พักแบบไม่สู้สะดวกสบายมากนัก ถูกกระทำเยี่ยงเชลยชนกลุ่มน้อยผู้ลี้ภัย โดยถูกจำกัดให้อยู่แต่เฉพาะพื้นที่ที่เรียก "เขตหวงห้ามที่ 9 หรือ District 9" ตามชื่อเรื่อง ซึ่งเมื่ออยู่นานวันเข้า ก็กลายเป็นแหล่งแออัดเสื่อมโทรมทวีคูณ ทั้งเกิดมีปัญหาการปะทะกันกับชาวเมืองเจ้าถิ่นในละแวกใกล้ๆอีกต่างหาก กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวโลกไปต่างๆนานาหลากหลายมุมมองทั้งดีและร้าย

พิจารณาไปแล้ว แท้จริงหนังได้ใช้กรณีมนุษย์ต่างดาวหน้าตาประหลาดน่าหยะแหยง(ในเรื่องเรียกกันว่า พวกเอเลี่ยนกุ้ง) เป็น Symbolic เสียดสีสะท้อนสังคมแบบอ้อมๆในเชิงประเด็นของการแบ่งพรรคแบ่งพวก การเหยียดสีผิว/เชื้อชาติเผ่าพันธุ์/ชนชั้นวรรณะ หรือปัญหาชนกลุ่มน้อยพลเมืองชั้นสอง ฯลฯ โดยเอเลี่ยนต่างดาวในที่นี้ก็เป็นภาพตัวแทนของของชนกลุ่มน้อยผู้เป็นที่รังเกียจเดียจฉันท์ไม่เป็นที่ยอมรับของเจ้าถิ่นจะด้วยหตุผลกลใดก็ตาม ลงเอยเกิดมาตรการกฏหมายควบคุมต่างๆนานา กระทั้งเกิดเป็นความขัดแย้ง ทั้งชาวโลกต่อชาวเอเลี่ยน หรือชาวโลกต่อชาวโลกกันเองก็ตามด้วยมีความเห็นไม่เหมือนกันต่อกรณีเอลี่ยนต่างดาว ( *หลายคนดูหนังแล้วคงนึกถึงกรณีปัญหา ชนกลุ่มน้อยต่างๆในหลายๆพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะกรณี "ชาวโรฮิงญา" ในปัจจุบัน (หรือกรณีปัญหาชนกลุ่มอื่นๆในประวัติศาสตร์ อาทิ กรณีชาวยิว เป็นต้น ) ที่ยังเป็นปมปัญหาคาราคาซัง เกิดเป็นประเด็นถกเถียงเชิงสิทธิมนุษยชน/มนุษยธรรม หรือเรื่องปมการเมืองซับซ้อนแทบไร้ทางออก จนบางกรณีก็ลงเอยด้วยความรุนแรง ก่อเกิดโศกนาฎกรรมต่างๆ ฯลฯ ยันเกิดเป็นสงครามใหญ่ก็มีบ่อยๆ

*แทรก : "โรฮิงญา"(Rohingya) ชนกลุ่มน้อยไร้แผ่นดิน : ชาวโรฮิงญาถูกลอยแพ รัฐพม่าไม่ยอมรับว่าเป็นสัญชาติพม่า ถูกทิ้งให้ล่องเรือไปตายดาบหน้าเรื่อยๆ แยกย้ายกระจายตะลอนไปอาศัยประเทศต่างๆตามยถากรรม แต่ประเทศอื่นๆก็ไม่มีใครยินดีรับ แต่บ้านก็ไม่มีให้กลับ! เรียกว่า ไร้แผ่นเดินอย่างสมบูรณ์

* ข้อมูลกระแสหลัก ว่ากันว่าพม่าเป็นแผ่นดินบ้านเกิดดั้งเดิมของชาวโรฮิงญา แต่ข้อมูลบางสาย บอก "โรฮิงญา" แท้จริงไม่ใช่คนพม่า แต่เชื้อชาติรากเหง้าเป็นคนมุสลิมบังคลาเทศที่หลบหนีเข้าพม่า รัฐพม่าจึงไม่นับว่าเป็นพลเมือง ... และก็มีข้อมูลอีกกระแส (แต่ก็ไม่คอนเฟิร์ม พิสูจน์หลักฐานชัดๆว่าจริงเท็จแค่ไหน) ร่ำลือกันอีกมุมให้น่าฉุกคิดว่า ... การลอยแพกลุ่มโรฮิงญา ไม่ใช่แค่กลุ่มคนอพยพธรรมดาแบบตรงไปตรงมา แต่กลับมีองค์กรลับเชิงการเมืองระดับโลกชักใยอยู่เบื้องหลัง โรฮิงญา เป็นแค่หมาก/เหยื่อ! ของแผนลับ ลวง พราง เพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างแยบยล(อำมหิต!)บางประการ ? อาจเพื่อดิสเครดิตประเทศเป้าหมาย ? หรือแฝงก่อการร้ายรูปแบบใหม่ ? หรืออะไรก็ตาม ฯลฯ ที่เรียกว่า "Rohingya invasion" ! (ซึ่งแน่ละก็เป็นแค่การตั้งสมมุติฐานมุมหนึ่งเท่านั้น ยังมีการตั้งแง่ประเด็นอื่นๆเกี่ยวเนื่องอีกมากมาย ... แต่ที่แน่ๆ ชาวโรฮิงญา ทุกข์ยากและน่าเวทนายิ่ง ก็ขึ้นอยู่กับประชาคมนานาชาติของโลก จะหาทางออกกันอย่างไรต่อไป)

นี่คือตัวอย่างทัศนะ(ด้านลบ)ของประชาชนส่วนหนึ่ง ต่อกรณี เอเลี่ยน ใน District 9

"ทางการทุ่มเงินเพื่อกักพวกเขาไว้ แทนที่จะเอางบภาษีประชาชนไปจ่ายอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ แต่เอิ่ม ก็ยังดี ที่ยังแยกเขตไม่ให้พวกเขาอยู่ปะปนกับเรา"

" พวกเขาต้องซ่อมยานนั้น แล้วรีบไปๆซะ "

" ใช้ไวรัสซิ ไวรัสพันธุ์ร้ายแรงน่ะ ล้างบางพวกมันเลย "

" พวกเขาต้องไป ไปไหนก็ช่าง รู้แต่ว่าต้องไปซะ "

" ถ้าลี้ภัยมาจากประเทศอื่นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เขาไม่ใช่ชาวโลกด้วยซ้ำ "

" พวกกุ้งต่างดาว มันลักเมียผมไปหว่ะ "

และจุดที่น่าสนใจอีกอย่างของพล็อตเรื่อง อยู่ที่ แล้วถ้าชะตาชีวิตพลิกผันของเจ้าถิ่นเดิมผู้รังเกียจเดียดฉันท์ต่อชนกลุ่มน้อยนั้น กลับมีเหตุสุดวิสัยให้ตกอยู่ฐานะเดียวกันกับผู้ถูกกระทำอันเป็นชนส่วนน้อยเยี่ยง เอเลี่ยนกุ้ง เสียเองบ้างล่ะ มันจะเป็นอย่างไร? อาจเปลี่ยนทัศนคติ-เข้าใจหัวอกผู้อื่นอันเป็นผู้ตกยากมากขึ้นบ้างไหม ? แล้วจะคำนึงถึงมนุษยธรรม/สิทธิมนุษยชนมากขึ้นหรือไม่ ? ฯลฯ ... ดังในท้องเรื่อง District 9 เมื่อตัวเอกอันเป็นชาวโลกกลับชะตาพลิกผัน กลายพันธุ์เป็นเอเลี่ยน!เสียเองซะงั้น ... (ส่วนรายละเอียดเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นได้อย่างไร ? แล้วเรื่องราวจะลงเอยเป็นยังไงต่อ ? ...ใครยังไม่ดูไม่ควรพลาดครับเรื่องนี้ :)

แต่ต้องบอกว่า สุดท้ายแล้วหนังก็กลับไม่ได้เผยใดๆนะครับว่า มนุษย์ต่างดาวกุ้งพวกนี้มีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ ยานอวกาศบังเอิญขัดข้อง ? หรือบังเอิญหลงทางมา ? หรือพลัดถิ่นด้วยถูกขับไสไล่ส่งจากมนุษย์ต่างดาวกลุ่มอื่น ? (อาจเป็นพวกนักโทษ ทาส จากสงคราม ? ฯลฯ) หรือจะเป็นแผนลับลวงพรางบางอย่างที่มนุษย์ต่างดาวลี้ลับกลุ่มอื่น(ผู้เหนือกว่า-ผู้ปกครอง-ผู้ชักใยตัวจริง)ส่งพวกเขามาโลกเพื่อจุดประสงค์ลับบางประการ ? ฯลฯ (จึงกลายเป็นปริศนาที่หลายคนคาใจ และบางคนคงแอบลุ้นอยู่ว่า จะมีสร้างภาค 2 มาเฉลยด้วยไหม?) … แต่ยังไงก็ตาม หากสรุปโดยรวมแล้วก็ถือได้ว่า District 9 เป็นหนังไซไฟที่นำเสนอได้ค่อนข้างแหวกแนวน่าสนใจมากทีเดียว ถึงแม้จะเป็นหนังที่ทุนไม่มาก แต่ด้วยโทนบรรยากาศของหนัง องค์ประกอบต่างๆ ค่อนข้างลงด้วย ทั้งเนื้อหาการดำเนินเรื่อง ฯลฯ สามารถสะกดให้ติดตามด้วยความน่าสนอกสนใจตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง ทั้งมีแอคชั่นฉากมันส์ๆสนุกสนาน แถมให้มุมมองแง่คิดสะท้อนสังคมให้ได้กลับไปพิจารณากันต่อไปอีกต่างหาก ก็คงไม่น่าแปลกถ้าเรื่องนี้จะกลายเป็นอีกหนังไซไฟยอดเยี่ยมในดวงใจของใครหลายคน


*แถมแนะนำหนัง : ดู District 9 แล้วทำให้นึกถึงหนังไซไฟเก่า "Alien Nation(1988)" (ตอนหลังมีสร้างเป็นภาคทีวีซีรี่ย์สมทบ)

ประวัติศาสตร์กาลครั้งครั้ง (ปี 1991) มียานเอเลี่ยนลึกลับไม่ทราบที่มา พร้อมสมาชิกเอเลี่ยน(พันธุ์ ในรูป) สามแสนกว่าคน! ถูกลอยแพปล่อยมาตกบนโลกเรา (มุขนี้หลายคนก็คงนึกย้อนกลับไปที่ District 9 ) ... พบภายหลังว่า เขาคือ พวกทาสต่างดาว ที่ร่างกายถูกดัดแปลงพันธุกรรม ให้ทำงานหนักได้ยาวนาน ... ตอนแรกๆก็ถูกกักบริเวณไว้ แต่ภายหลังอยู่นานเข้ารุ่นต่อๆมา จึงคลี่คลายได้รับการปลดปล่อยให้มีสิทธิเป็นพลเมืองเทียบเท่ามนุษย์โลกปกติในที่สุด ได้รับการศึกษา ที่อยู่อาศัย ได้ใช้ชีวิตทำมาหากินอาชีพต่างๆปกติทั่วไป เปิดร้านค้า, รับจ้าง, เป็นนักธุรกิจเศรษฐีก็มี ฯลฯ ( แน่ละว่า ย่อมมีมนุษย์เจ้าบ้านเดิมที่ยังรู้สึกเหยียดรังเกียจเชิงพลเมืองชั้นสอง / ทั้งเยียดผิวเยียดเผ่าพันธุ์ อยู่ลึกๆ )

แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดคดีฆาตกรรม... เอเลี่ยน ฆ่า เอเลี่ยนกันเอง! ... นักสืบมนุษย์(ที่เกลียดเอเลี่ยนเป็นทุนเดิม) ต้องทำงานร่วมกับนักสืบที่เป็นเอเลี่ยน ...ในที่สุดพบว่า มีเอเลี่ยนทรงอิทธพล กำลังวางแผนผลิตยาเสพติด! เพื่อมอมเมาเอเลี่ยนด้วยกัน ! ให้กลายเป็นทาส!ทำงานหนักได้-ทำเงิน ก็แบบที่บรรพบุรุษเคยโดนมาก่อน (* ยาเสพติดนั้นไม่มีผลต่อมนุษย์)

ถึงบรรยากาศของหนังไม่มีฉากตระการตาอะไรมาก แต่ก็ถือว่า ให้มุมมอง ของการอยู่ร่วมกันของ มนุษย์และเอเลี่ยน สะท้อนสังคมบ้างพอควร และพวกเอเลี่ยนในเรื่องนี้ก็น่าสนใจ มันดูคล้ายมนุษย์ แต่ระบบร่างกายไม่เหมือนมนุษย์ทีเดียว อาทิ กินเนื้อดิบๆเพราะกินเนื้อสุกร่างกายจะไม่ดูดซับ, กินนมมากๆแล้วเมา(เหมือนเหล้า), แพ้น้ำทะเลรุนแรง ( ถือเป็นกรด กัดร่างกายเปื่อยตายได้เลย ) ... และแน่นอนพวกนี้เหมือนจะมีความฉลาด เรียนรู้ได้เร็วกว่ามนุษย์ / ทั้งยาเสพติดข้างต้น ถ้าเสพมากๆจะกลายพันธุ์ทรงพลัง!


* ว่าไปแล้ว เรื่องราวของ Alien Nation ถ้าได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เป็นเอเลี่ยนกุ้งแบบ District 9 ก็น่าจะกลายเป็นภาคต่อของ District 9 ได้เลย :)



และอีกเรื่อง ที่นึกถึง แต่ไม่ได้มีความเป็นไซไฟต่างดาว เป็นเรื่องราวของมนุษยชาติด้วยกันเอง... "The boy in the striped pajamas(2008)" เกี่ยวกับชะตากรรมของชาวยิว ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอดีต เรื่องราวสะท้อนแง่มุมทำนองกีดกันจำกัดสิทธิเช่นกัน เพราะนอกจากกีดกัดกังขังทารุณแล้ว ยังมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์! อันเป็นโศกนาฎกรรมมุมหนึ่ง ซึ่งมีการหักมุมได้เจ็บปวดต่อผู้กระทำ ...

... ท้องเรื่องคือ ผู้นำทหารนาซีคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการฆ่า!ชาวยิวจำนวนมากที่ถูกกักอยู่ในบริเวณเขตหวงห้าม การฆ่า! จำนวนมากๆในคราวเดียว ก็โดยการบังคับต้อนให้ชาวยิวทยอยเข้าไปในห้องรมแก็ซพิษ! วันละชุด ละชุด ทุกๆวัน ซึ่ง ณ ที่นั้นเอง ชาวยิวทุกคนจะถูกจัดให้แต่งชุดลายทางคล้ายชุดนอนที่เรียก Striped pajamas … แต่เดชะบุญบังเอิญ ลูกชายของนายทหารนาซีดันแอบไปเป็นเพื่อนเล่นกับเด็กชาวยิวที่อยู่ในเขตหวงห้ามนั้น และด้วยความไร้เดียงสาของทั้งคู่ วันหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลูกชายแอบข้ามเข้าไปในเขตกักกันหวงห้าม ซึ่งเป็นที่อาศัยของเพื่อนเด็กชาวยิวนั้น ด้วยการแต่งปลอมตัวสวมชุดลายทาง(ที่เพื่อนเด็กยิวจัดมาให้) และ ณ ช่วงเวลาจังหวะนั้นเอง ก็ถึงเวลาที่มีการกวาดต้อนเข้าไปในห้องพ่นแก๊ซพิษพอดิบพอดี! กว่านายทหารนาซีผู้เป็นพ่อจะตามหาลูกเจอ ก็เป็นอันเรียบร้อยโรงเรียนล้างเผ่าพันธุ์สไตล์นาซี



ปล. *ข้อมูลเสริมอื่นๆ + แชร์คุยกันที่ แฟนเพจ สนทนาไซ-ไฟ